Friday, 2 December 2022
NEWSFEED

Gas Grows Zerotopia 2022’ ปตท.ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สู่เป้าหมายดันไทยเป็น Net Zero Emissions

ปตท. จัดงาน Gas Grows Zerotopia 2022 ส่งเสริมการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ      ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero Emissions

.

หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพจัดงานเสวนาวิชาการและนิทรรศการ Gas Grows Zerotopia 2022 เมื่อวันที่ 25 - 26 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  โดยมี ม.ล. ปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ นางสุณี อารีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ พร้อมให้การสนับสนุนเกี่ยวกับการจัดการพลังงาน รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เครื่องจักรให้กับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการลดภาระต้นทุนในช่วงสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวน โดย ม.ล. ปีกทอง ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “สถานการณ์พลังงานและแนวทางการนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero” ทั้งนี้ ปตท. ในฐานะประธานเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) มุ่งหวังสร้างความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ในการตระหนักและผลักดันทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

.

ภายในงานมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการจากบริษัทในกลุ่ม ปตท. และหน่วยงานภาครัฐ ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานชั้นนำของประเทศร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานให้แก่บุคคลทั่วไป เพื่อสนับสนุนการก้าวไปสู่สังคม Net Zero ตามเจตนารมณ์ของ ปตท. ที่พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050

ปตท.สานต่อพระราชดำริ จัดพิธีมอบรางวัลประกวดการประดิษฐ์หญ้าแฝก สู่การขยายผลปลูกหญ้าแฝกอย่างยั่งยืน

ปตท. จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2563 – 2565
.
วันนี้ (1 ธันวาคม 2565) - ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 12  (ประจำปี 2563 – 2565) ภายใต้แนวคิด “รักษ์น้ำ ป่า ดิน ด้วยแฝกองค์ภูมินทร์ ฟื้นถิ่น ยั่งยืน”  ภายใต้ความร่วมมือขององค์กรร่วมจัด  ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กรมพัฒนาที่ดิน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมการขยายผลการปลูกหญ้าแฝกให้เป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน
.
การจัดการประกวดครั้งนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานโล่รางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวด ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศและรางวัลชมเชยได้รับโล่พร้อมรับเกียรติบัตรจากองค์กรร่วมจัด โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 58 ผลงาน ซึ่งแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภทผลงาน คือ 
.
1. ประเภทส่งเสริมการปลูกและขยายผล จำนวน 38 ผลงาน แบ่งออกเป็น พื้นที่ลาดชัน  พื้นที่เชิงลาดแหล่งน้ำไหล่ทาง  พื้นที่ดินเสื่อมโทรมและดินที่มีปัญหา พื้นที่แหล่งเรียนรู้และขยายผลความยั่งยืน และหน่วยงานและส่วนราชการที่ร่วมส่งเสริมการปลูกและขยายผลการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ มีผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด 14 ผลงาน
.
2. ประเภทส่งเสริมหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก จำนวน 20 ผลงาน แบ่งออกเป็น ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านออกแบบและถ่ายทอดองค์ความรู้ผลิตภัณฑ์ มีผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด 11 ผลงาน
.
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวว่า ปตท. ได้ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายดำเนินงานโครงการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 16 ปี เพื่อสืบสาน รักษาและ   ต่อยอด แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ส่งผลให้เกิดการขยายผลการปลูกและใช้ประโยชน์หญ้าแฝกอย่างแพร่หลายในภาคประชาชน ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับประเทศ  มีแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับสถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรเกิดการตื่นตัวหันมาปลูกหญ้าแฝกเพิ่มมากขึ้น เกิดการรวมตัวเป็นเครือข่ายคนรักษ์แฝก ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ดินและน้ำรวมถึงการต่อยอดจากรากสู่ใบ นำมาใบหญ้าแฝกมาออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ทันสมัย  เป็นผลิตภัณฑ์ครัวเรือน กระเป๋า ฯลฯ สามารถผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ภัทรพัฒน์” ของมูลนิธิชัยพัฒนา ช่วยเสริมสร้างรายได้และพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย

เด็กกทม. คว้าที่ 1 ระดับประเทศ แข่งทักษะวิชาการ

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าร่วมแข่งขันทักษะวิชาการและการจัดงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ ประจำปี 2565 พร้อมกล่าวชื่นชมและยินดีกับนักเรียน คุณครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนกรุงเทพมหานครในการเข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางวิชาการได้เป็นอย่างดี และสามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 มาสู่กรุงเทพมหานคร อันเป็นการสร้างชื่อเสียงกับกรุงเทพมหานคร ให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพทางด้านวิชาการและมาตรฐานการศึกษาของกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งอำนวยพรให้ทุกคนมีความสุขกายและใจ มีพลานามัยที่ สมบูรณ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองทุกด้านในการสร้างประโยชน์ให้กับตนเองและส่วนรวม ตลอดจนพัฒนากรุงเทพมหานครและประเทศชาติ ให้สมความตั้งใจทุกประการ

สำหรับการเข้าร่วมแข่งขันทักษะวิชาการและการจัดงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ได้พัฒนาศักยภาพทางด้านวิชาการ และแสดงความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการ มีโอกาสแข่งขันด้านวิชาการกับนักเรียนและครูในโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ในระดับประเทศ อันเป็นการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษา ดำเนินการคัดเลือกผู้แทนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 301 คน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครที่เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 12 คน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ผู้ฝึกสอน ผู้ควบคุมทีม และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 110 คน และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ข้าราชการกรุงเทพมหานคร กรรมการและเจ้าหน้าที่ จำนวน 49 คน รวมทั้งสิ้น 472 คน เข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาการและการจัดงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่นระดับประเทศ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2565 ณ เทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.- 8 ต.ค.65 ที่ผ่านมา โดยมีการจัดการแข่งขันทั้งสิ้น 91 รายการ กรุงเทพมหานครส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งสิ้น 85 รายการ

สรุปผลการแข่งขันทักษะวิชาการและการจัดงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ กรุงเทพมหานครได้รับรางวัลรวมเป็นลำดับที่ 1 โดยได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 9 รายการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 6 รายการ รางวัลชมเชยอันดับ 1 จำนวน 9 รายการ รางวัลชมเชยอันดับ 2 จำนวน 4 รายการ และรางวัลชมเชยอันดับ 3 จำนวน 6 รายการ รวมทั้งได้รับเกียรติบัตรระดับเหรียญทองและเกียรติบัตรเหรียญเงิน

ที่มา กรุงเทพมหานคร

มหาวิทยาลัยมหิดล

28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565  เวลา 13.30 น.  ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์สุพัฒน์  วาณิชย์การ

.

เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

.

นายณัฐภาณุ นพคุณ รอง อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

.

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์  พานิช  ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล 

.

และ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สมภพ  ลิ้มพงศานุรักษ์  ประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

.

ได้ร่วมกันประกาศผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565

.

ณ ห้องจุฬาภรณ์ ตึกสยามินทร์ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

.

โดยผู้ได้รับพระราชทานทุน “โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” ประจำปี  2565 ได้แก่

.

  1. นางสาวนภสิริ พุทธันบุตร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. นายประณัยเดช เฮงสวัสดิ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. นายปิยวัฒน์ คันธโกวิท คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. นายศรุต เชาวะวณิช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. นายเสฏฐนันท์ จารุเกษมกิจ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

.

ทั้งนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 

.

ทั้งสิ้น 13 คน จากสถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์ 7 แห่ง โดยผ่านเกณฑ์ตามคุณสมบัติของโครงการเยาวชนฯ 5 คน

.

ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกโครงการเยาวชนฯ ได้พิจารณาคัดเลือกและนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ

.

ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน

.

ได้พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 31ตุลาคม พ.ศ. 2565

.

โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล จัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีค

ณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

.

เพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยที่รักและมุ่งมั่นในวิชาชีพแพทย์ให้ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท

.

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

.

ดำเนินการโดยคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการดำเนินการ

.

และคณะกรรมการคัดเลือก โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

.

 เมื่อคัดเลือกได้ผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการเยาวชนฯ

.

จะนำรายชื่อแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

.

ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการตัดสิน 

.

ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับพระราชทานทุนไปปฏิบัติงานในต่างประเทศหรือในประเทศเป็นเวลา 1 ปี

.

โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ และให้นับเวลาการไปครั้งนี้

.

 รวมเป็นเวลาของการใช้ทุนหลังจากศึกษาแพทย์จบแล้วด้วย

.

ที่มา : เว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหิดล

.

 

ใครไปเที่ยวภูเก็ตช่วงนี้ นักท่องเที่ยวก็จะแน่น ๆ สักหน่อย

ใครไปเที่ยวภูเก็ตช่วงนี้ นักท่องเที่ยวก็จะแน่น ๆ สักหน่อย

แต่ถ้าพอมีเวลา แนะนำให้ไปชมการแสดงสดของ

"น้องเฟี้ยท"เด็กหญิงประภาพร ศรีเมือง วัย 13 ปี

สาวน้อยที่เป็นที่รู้จักจากการร้องเพลงและเล่นกีตาร์

แบบ Street Shown ที่ถนนบางลา ย่านป่าตอง ภูเก็ต

ด้วย aka "Queen On Street"

.

เธอมีคลิปที่คนดูหลักล้านจำนวนมาก ได้ออกรายการ Super10

และได้ขึ้นเวที Young Artists For Ukraine ที่ประเทศสวีเดน

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ความสามารถของน้องเฟี้ยทน่าทึ่งมาก

ขนาดที่สะกดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้อ้าปากค้างได้

เป็นอีกหนึ่งเด็กไทยที่่ความสามารถระดับโลกจริงๆ !!

.

YouTube : Freedom life music

FB : สหายฟู วงสหายฟู

.

‘มิ้งค์ สระบุรี’ คว้าแชมป์สนุกเกอร์รายการใหญ่ อีเดน มาสเตอร์ส 2022 ที่อังกฤษ นัดชิงชนะ อึ้ง อองยี จากฮ่องกงขาดลอย 4-0 เฟรม

2 คิวสาวไทยกระหึ่มโลก "มิ้งค์ สระบุรี" ล้ม 2 มือเต็ง รอบตัดเชือดเฉือน เรียล อีแวนส์ 4-3 เฟรม นัดชิงกะซวก อึ้ง อองยี ขาดลอย 4-0 เฟรม ผงาดคว้าแชมป์ อีเดน มาสเตอร์ส 2022 ส่วน พลอย ขอนแก่น ยังเฉียบเอาชนะ โซอี้ คาร์ลิงตัน 2-0 เฟรม คว้าแชมป์รุ่นไม่เกิน 21 ปี

การแข่งขันสนุกเกอร์รายการใหญ่ของสาวไทย เตรียมลงประลองในศึก Eden Women's Masters ที่ ฟราเมส สปอร์ต บาร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบน็อคเอาต์ โดยรอบ 16 คนสุดท้าย  'ใบพัด ศรีราชา'ศิริภาพร นวนทะคำจัน แทงได้แม่นยำเอาชนะ อิป วาน อิน ไจกั๊ว จากฮ่องกง 3-1 เฟรม ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ไปทำศึกสายเลือดไทย เจอ 'มิ้งค์ สระบุรี' ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย แชมป์โลกอาชีพหญิง และแชมป์โลกคู่ผสม ที่เอาชนะ ไดอน่า ชูเลอร์ จากเยอรมัน ขาดลอย 3-0 เฟรม

โดยในรอบ 8 คนสุดท้าย มิ้งค์ แทงได้แม่นยำระดับโลก สามารถเอาชนะ ใบพัด ศรีราชา ไปได้ 3-1 เฟรม 75-49, 79-1, 61-63, 36-8 ทะลุรอบรองชนะเลิศ เจอศึกหนัก เรียล อีแวนส์ นักสนุกเกอร์สาวชาสวอังกฤษมือ 1 ของโลก ดีกรีแชมป์โลกหลายสมัย ซึ่งเกมนี้แข่งระบบ 4 ใน 7 เฟรม ซึ่งสถิติเจอกันมา 9 ครั้ง อีแวนส์ ชนะได้ถึง 7 ครั้ง มิ้งค์ ชนะ 2 ครั้ง โดยเกมทั้งคู่แทงสู้กันอย่างสูสีผลัดกันตบชนะจนสกอร์เสมอกัน 3-3 เฟรม ต้องเล่นเฟรมตัดสิน ผลปรากฏว่า มิ้งค์ ตบดำลูกสุดท้ายลงไปเฉือนชนะ 54-41 จบเกม มิ้งค์ สระบุรี เอาชนะไปได้ 4-3 เฟรม 63-33, 44-38, 64-88, 76-22, 48-57, 0-76, 54-41 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

รอบชิงชนะเลิศ มิ้งค์ เจอคู่ปรับเก่า อึ๊ง อองยี จอมคิวจากฮ่องกง ซึ่งสถิติการเจอกันมาของทั้งคู่ เจอกันมา 13 ครั้ง มิ้งค์ ชนะ 6 ครั้ง  ส่วน อึ๊ง ชนะ 7 ครั้ง โดยทั้งคู่สามารถเอาชนะในการเจอกันรอบชิงชนะเลิศได้คนละครั้ง ซึ่งเกมนี้เปิดมาเฟรมแรก นักสนุกเกอร์สาวไทย แทงได้รับกุมและบีบเกมได้ดีจนสามารถตบเอาชนะไปได้ 55-15 ขึ้นนำ 1-0 เฟรม เข้าเฟรมสอง มิ้งค์ งัดฟอร์มแม่นได้กดไม้เดียว 64 แต้ม 82-14 แต้ม หนีไป 2-0 เฟรม จากนั้น มิ้งค์ แทงได้อย่างมั่นใจสามารถตบปิดเกมเอาชนะไปได้ 4-0 เฟรม 55-15, 82-14 (64), 61-18, 85-51

คว้าแชมป์  Eden Women's Masters ไปครอง นับว่าเป็นแชมป์อาชีพที่ 4 ของปีนี้  โดยแชมป์แรก คือ บริสติช โอเพ่น เดือนมกราคม ต่อด้วยแชมป์โลก เดือน กุมภาพันธ์ และแชมป์คู่ผสม คู่กับ นีล โรเบิร์ตสัน
 
ส่วน "พลอย ขอนแก่น" พลอยชมพู เหล่าเกียรติพงษ์ แชมป์สนุ๊กเกอร์หญิงประเทศไทยคนล่าสุด ยังสร้างผลงานได้แรงต่อเนื่องเอาชนะ โซอี้ คาร์ลิ่งตัน นักแทงสาวชาวผู้ดีได้อีกหน ด้วยสกอร์ 2-0 เฟรม คว้าแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ได้อีกครั้ง

เด็กไทยโชว์เหนือ!! คว้าแชมป์แข่งขันหุ่นยนต์รายการใหญ่ระดับโลก "WORLD ROBOT OLYMPLAD 2022" พร้อมกวาดรางวัลอื่นเพียบ

อีกหนึ่งความสามารถระดับโลกของเด็กไทย!! คว้าแชมป์โอลิมปิกหุ่นยนต์ WORLD ROBOT OLYMPIAD ที่เมืองดอร์ทมุนต์ ประเทศเยอรมนี ได้สำเร็จ
.
โดยการแข่งขัน โอลิมปิคหุ่นยนต์ หรือ WORLD ROBOT OLYMPIAD 2022 ระดับนานาชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 19  พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาตัวแทนประเทศไทย สามารถคว้า 2 รางวัลใหญ่กลับมาได้ จากผลงานของน้อง ๆ ดังนี้
-ทีม ThaiHerbGood จากโรงเรียน อัสสัมชัญ ลำปาง มีสมาชิกในทีม คือ 
1.นายปพนรัตน์ ฟูใจ  
2.นายเขมินท์ พินิตเกียรติสกุล ผู้ควบคุมทีม  
และ  3.นายอรรถพล ชื่นกุล คว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภท ROBOMISSION รุ่น Senior
-ทีม PANYA ROBOT จากสถาบันปัญญาโรบอท กรุงเทพมหานคร สมาชิกในทีม ประกอบด้วย
1. นายโชติพิสุทธิ์ มงคลวิสุทธิ์   
2.นายพิสิษฐ์ มงคลวิสุทธิ์  
3.นายวรกร ฤกษ์สมถวิล คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภท ROBOSPORTS
.
ซึ่งจากการแข่งขันในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเด็กไทยมีศักยภาพที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของเด็กไทยเป็นอย่างดี น้อง ๆ สามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 และอันดับ 3 ของการแข่งขัน 3 ประเภท รวมทั้งสิ้น 11 ทีม
สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์เป็นการแข่งขันออกแบบและเขียนโปรแกรม หุ่นยนต์ เพื่อทำภารกิจ โดยใช้หุ่นยนต์จาก Lego Education การแข่งขันในโอลิมปิกหุ่นยนต์ ระดับนานาชาติ ครั้งนี้มีทีมเข้าการแข่งขันรวม 365 ทีม จาก 73 ประเทศทั่วโลก

การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ

การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ สะสมคะแนนเยาวชนโลก ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ จูเนียร์ เกรด 4 รายการ "เจ4 โฮจิมินห์ ซิตี้" ไอทีเอฟ เจ4 เอชซีเอ็มซี 2 สัปดาห์ที่สอง ที่โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 21-26 พ.ย. 2565 "น้องสบาย" กมรวรรณ ก้อนศิลา นักเทนนิสดาวรุ่งไทย วัย 16 ปี มืออันดับ 838 เยาวชนโลก สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันสัปดาห์นี้ ด้วยการควงคู่กับ โซเอดะ คันนะ วัย 16 ปี จากญี่ปุ่น มืออันดับ 456 เยาวชนโลก คว้าแชมป์หญิงคู่มาครองร่วมกันได้อย่างสวยงาม

.

"น้องสบาย" กมรวรรณ กับ โซเอดะ คันนะ เป็นคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการ ต้องลงแข่งวันเดียว 2 แมทช์รวด โดยช่วงเช้าทั้งคู่ลงสนามตัดเชือก ในประเภทหญิงคู่ ช่วยกันหวดเอาชนะ จาง เทียน ซิน กับ เฉิน ยู่หยุน จากจีนไทเป 2-0 เซต 6-2 และ 6-2

.

จากนั้นในช่วงบ่ายลงแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ พบกับ มาไลลัก เดลิล่าห์ ปะทุมมา คุโรเนน จากลาว และ คาอิลิ เดมิ เทโสะ จากญี่ปุ่น โดยแมทช์นี้ กมรวรรณ กับเพื่อนชาวญี่ปุ่น ยังเล่นได้เข้าขากันดีและมีเกมรุกที่เฉียบขาด ทำให้สามารถเอาชนะคู่แข่งขันได้ 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 6-3 และ 6-4 ได้ครองแชมป์หญิงคู่ร่วมกัน

.

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ของ "น้องสบาย" กมรวรรณ ก้อนศิลา นักเทนนิสดาวรุ่งไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก PTT หรือ ปตท. และสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับเป็นแชมป์ประเภทหญิงคู่ ระดับไอทีเอฟ จูเนียร์ รายการที่ 5 ของเจ้าตัว

.

ที่มา: https://www.thaipost.net/sport-news/271208/

.

อ็นโซ่ ธารวณิชกุล วัยเพียง 13 ปี เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกคาร์ท

“น้องเอ็นโซ่” ธารวณิชกุล เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล ประวัติ เรียกได้ว่าคนไทยเก่งนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก
.
เมื่อทางด้าน นายกรัฐมนตรี ได้ชื่นชม เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล วัยเพียง 13 ปี เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกคาร์ท
.
พร้อมทั้งยังเยาวชนไทยคนแรกที่ได้เซ็นสัญญาร่วมทีม Red Bull Junior Team งานนี้ก็เลยขอมอบกำลังใจ อวยพรให้ประสบความสำเร็จ เป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยต่อไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ TOP News
.

'เภสัชกร' อาชีพมาแรง ความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้ง 'รัฐ-เอกชน' แม้รับเพิ่มทุกปี

แม้ว่าในปัจจุบัน จำนวนเภสัชกรของประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลน แต่เนื่องจากประชากรหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้ธุรกิจร้านยาเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งแบรนด์ใหญ่ ๆ ต่างกระโดดเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ค่อนข้างคึกคัก จึงทำให้ความต้องการเภสัชกรมากตามไปด้วย

.

ขณะที่ข้อมูลจากสภาเภสัชกรรมชี้แจงชัดว่า ปัจจุบันมี 19-20 มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน สามารถผลิตบัณฑิตเภสัชกรรวมกันปีละ 1,600-1,800 คน

.

รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้อยู่ต้นทางในการผลิตบัณฑิตเภสัชกร ให้ข้อมูลว่า คณะเภสัชฯ มหิดล เปิดรับนักศึกษาปริญญาตรี หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต 140 คน/ปี

.

และนักศึกษาส่วนใหญ่หลังจากเรียนจบภายใน 6 ปี จะเป็นเภสัชกรประจำร้านยา และโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน 100% และปีการศึกษา 2566 ทางคณะมีแผนเปิดหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ และจะรับนักศึกษาอีกประมาณ 30 คน รวมทั้งหมดต่อไปเราจะผลิตบัณฑิตเภสัชกรประมาณปีละ 170 คน

.

ผมมองว่าปัจจุบันนักศึกษาหันมาสนใจเรียนทางด้านนี้เพิ่มขึ้น และวิชาชีพเภสัชกรได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นอาชีพที่จบแล้วมีงานทำอย่างแน่นอน เงินเดือนยังค่อนข้างสูง ที่สำคัญ ตอนนี้ภาคธุรกิจ healthcare sector ให้ความสนใจด้านนี้มากขึ้น

.

กอปรกับภาครัฐสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็น medical hub ด้วย จึงยิ่งทำให้ความต้องการทางด้านเภสัชกรสูงตามไปด้วย ฉะนั้น ถ้าย้อนหลังไป 5-6 ปีผ่านมา ผมมองว่าอาชีพเภสัชกรมีเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ”

.

ในมุมมองของผม ปริมาณเภสัชกรจาก 19-20 มหา’ลัยของรัฐและเอกชนที่ผลิตบัณฑิตมาปีละ 2,000 คน ผมว่าเพียงพอต่อความต้องการของตลาด

.

ขณะนี้แล้ว แม้ในอนาคตธุรกิจ healthcare sector จะเปิดเยอะขึ้นมากกว่านี้ก็ตาม แต่ผมกลับมีความเชื่อว่าเราไม่ควรเร่งผลิตเภสัชกรออกมามากเกินไป เพราะจะควบคุมคุณภาพไม่ได้”

.

ขณะที่ ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า คณะเภสัชฯ จุฬาฯ รับนิสิตปริญญาตรีปีละ 200 คน โดยแบ่งออกเป็นสาขาเภสัชอุตสาหกรรม และสาขาบริบาลทางเภสัชกรรมสาขาละ 100 คน ซึ่งเพิ่มปริมาณการรับขึ้นทุกปี

.

เนื่องมาจากอุบัติการณ์ของโรคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น จึงทำให้นิสิตมีความสนใจที่จะเข้ามาเรียนในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยา, ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ เพื่อป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ มากขึ้นตามไปด้วย

.

ที่สำคัญ บัณฑิตเภสัชศาสตร์สามารถประกอบอาชีพเภสัชกรรมทั้งในภาครัฐและเอกชนในสาขาต่าง ๆ ค่อนข้างหลากหลาย และเมื่อดูข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษาปี 2563 บัณฑิตเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามส่วนงานต่าง ๆ ดังนี้

.

อุตสาหกรรมการผลิตยา 12% ภาคบริการร้านยาและโรงพยาบาล 60% นอกจากนั้น ยังมีส่วนงานอื่น ๆ เช่น นักวิจัยในหน่วยวิจัย, เภสัชกรผู้ประสานงานวิจัยทางคลินิกอีกประมาณ 28% รวม ๆ แล้วก็ 100% ที่บัณฑิตเภสัชกรของจุฬาฯมีงานทำอย่างแน่นอน”

.

ผลตรงนี้ จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าถ้าธุรกิจดูแลรักษาสุขภาพเติบโต อาชีพเภสัชกรยิ่งค่าตัวเพิ่มสูงขึ้น

.

ที่มา : มติชน


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STUDY TIMES
Take Me Top